บทความไทยประกัน02(9)

ทำประกันเพื่อลดหย่อนภาษี
เงินคืนจากสรรพากรนับเป็นรายได้ต้องเสียภาษีหรือไม่

ภาพDigitalตัวแทยไทยประกันชีวิต(1920×448px)(1)


.
.
ก่อนอื่นที่จะมาตอบคำถามเรื่องเงินคืนภาษี  ขอทำความเข้าใจ เกี่ยวกับ ประกันสำหรับลดหย่อนภาษี ก่อนนะครับ
.
แบบประกันที่ใช้รถหย่อนภาษีแบ่งออกเป็น 2 หมวด คือ 
แบบประกันทั่วไป  ที่ผู้เอาประกันสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท แบบประกันกลุ่มแรกต้องมีระยะโครงการมากกว่า 10 ปีขึ้นไป  จึงจะนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้
.
แบบประกันกลุ่มบำนาญ  ซึ่งเป็นเบี้ยประกันสำหรับกลุ่มสินค้าบำนาญ  โดยสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน  15% ของรายได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท 
.
เช่น 
.
ตัวอย่างที่ 1 
นาย A. มีรายได้เดือนละ 100,000 บาท/เดือน หรือเท่ากับ 1,200,000 บาท/ปี  ประกันบำนาญ นาย A สามารถซื้อประกันบำนาญเพื่อใช้รถหย่อนภาษีได้จำนวน 1,200,000 x  15%  = 180,000 บาท 
.

ตัวอย่างที่ 2 
นาย B. มีรายได้เดือนละ 150,000 บาท  นาย B ได้รับโบนัส 3 เดือน เป็นจำนวนเงิน 450,000 บาท เท่ากับ ทั้งปี  นาย B. มีรายได้  2,250,000 บาท

ดังนั้น สิทธิ์ของ นาย B จึง สามารถซื้อประกันบำนาญ เพื่อลดหย่อนภาษี สูงสุด 200,000 บาท (2,250,000x15% เท่ากับ 337,500 แต่ตามสิทธิ์ซื้อได้สูงสุด 200,000 บาท)
.
เงินได้ที่เกิดจากการทำประกันแบ่งออกเป็น 2 ส่วน
ส่วนที่ 1  ผลตอบแทนจากกรมธรรม์
โดยกฎหมายเงินคืนส่วนนี้ไม่ถือว่าเป็นรายได้ของบุคคลธรรมดาดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้ในการยื่นภาษีปลายปี
.

ส่วนที่ 2 ผลประโยชน์กรณีผู้เอาประกันเสียชีวิต
เงินที่เกิดจากการเสียชีวิตของผู้เอาประกันก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของเงินที่เกิดจากกรมธรรม์ประกันชีวิตดังนั้นในจำเป็นต้องนำมาคำนวณเป็นรายได้ในการยื่นภาษีปลายปี
.
เช่น คุณพ่อทำประกันไว้ที่ทุนประกันหนึ่ง 5,000,000 บาท เมื่อคุณพ่อเสียชีวิต บุตรที่ผู้รับผลประโยชน์ ตามกรมธรรม์ ได้รับเงินสินไหมจากกรมธรรม์ประกันชีวิต จากบริษัทที่รับประกัน  โดยที่บุตรหรือทายาทผู้รับผลประโยชน์ ไม่ต้อง นำเงินสินไหม มาคำนวณเป็นรายได้
.
เงินอีกส่วนที่เป็นผลพลอยได้ หรือผลตอบแทนอีกส่วนหนึ่งจากการทำประกันก็ คือ เงินคืนกรณีนำประกันไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายหรือนำประกันเอาไปใช้รถหย่อนภาษี แล้วได้เงินคืนจากสัมภากร
.
ดังนั้นจึงสามารถสรุปได้ว่าเงินที่เกิดจากกรมธรรม์ประกันชีวิตไม่มีผลต่อรายได้ของผู้เอาประกันทุกกรณี เมื่อพูดถึงรายได้ส่วนนี้หลายคนคงมีคำถามว่าเมื่อเราไปทำประกันแล้วจะได้เงินคืนจากสรรพากรจำนวนเท่าไหร่
.
วันนี้ขอนำ วิธีการคำนวณง่ายง่ายเพื่อประเมินตัวเลขคร่าวๆคร่าวๆสำหรับเงินคืนที่จะได้จากการทำประกันชีวิตดังนี้
.
สูตรจากการคำนวณ 

.
เงินคืนจากสรรพากร = จำนวนเบี้ยประกันที่นำมาใช้ลดหย่อนภาษี x ด้วยถ่านภาษีสูงสุดของผู้เอาประกัน

ตัวอย่างที่ 1 นาย A
เสียฐานภาษีสูงสุดไว้ 20%

และนาย A ซื้อเบี้ยประกันเพื่อใช้รถหย่อนภาษีเอาไว้จำนวน 150,000 บาท ดังนั้นจำนวนเงินที่จะได้คืนจากสรรพากรก็คือ 150,000 บาท X 20% = 30,000 บาท
.

ตัวอย่างที่ 2 นาย B
เสียศาลภาษีสูงสุด 30%

โดยนายบีได้ซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษีไว้จำนวน 250,000 บาทดังนั้นจำนวนเงินที่จะได้คืนจากสรรพากรก็คือ 250,000 บาทคูณด้วย 30% = 75,000 บาทสำหรับ เงิน คืน จาก สรรพากร หาก ถามว่า ได้เงิน คืน เท่าไหร่ ต้อง ตอบ ว่า แต่ละคน จะ ขึ้นอยู่กับ ฐาน ภาษี ของ แต่ละคน จำนวนเงิน ที่ ซื้อ ประกัน เท่ากัน แต่ หาก แต่ละ ท่าน เสียภาษี ไม่ เท่ากัน เงิน คืน จาก สรรพากร ก็จะ ไม่ เท่ากัน ด้วย 

ร่วมงานกับเรา SMART1

สนใจทำประกัน SMART

ธิติวัฒน์ วัฒนพลไพศาล

Linked In

เขียน และตรวจสอบโดย


ธิติวัฒน์ วัฒนพลไพศาล
ผู้จัดการภาค อาวุโส บ. ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
ใบอนุญาติตัวแทนประกันชีวิต เลขที่ 5501058091
โทร :  092-662-1554
Line : @thitiwat
“ผมเชื่อว่าการทำงานด้านประกันชีวิต ไม่ได้จบที่การขาย แต่คือการดูแลลูกค้าในระยะยาวด้วยความจริงใจและความรับผิดชอบ  การบริหารทีม คือการสร้างคน พัฒนาความรู้ และสร้างระบบการทำงานที่ช่วยให้ทุกคนเติบโต
ผมให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม การลงมือทำจริง และการเรียนรู้จากประสบการณ์
เป้าหมายคือสร้างทีมตัวแทนมืออาชีพที่มีคุณภาพ มีจรรยาบรรณ และเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับลูกค้า”