Biometric Payment เมื่อตัวเราคือรหัสผ่านมิติใหม่
โพสต์เมื่อ : 15 มี.ค 2565 เวลา 14:52 น.
Biometric Payment เมื่อตัวเราคือรหัสผ่าน
มิติใหม่สังคมไร้เงินสดของโลก...และของไทยในอีก 5 ปี

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา คนไทยหันมาใช้จ่ายเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ผ่านช่องทางสมาร์ทโฟนและอินเทอร์เน็ตกันมากขึ้น เช่น การใช้พร้อมเพย์แอปพลิเคชันของธนาคารInternet Banking การสแกน QR Code ฯลฯ เพราะไม่ต้องถือเงินสด รวดเร็ว สะดวกง่ายดาย จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2559 - พ.ศ. 2561 การใช้Digital Payment ของคนไทยพัฒนา อย่างรวดเร็ว ในปี พ.ศ. 2559 มีการใช้งานถึง 3,205 ล้านรายการพ.ศ. 2560 เพิ่มขึ้นเป็น 4,171 ล้านรายการ และในปี พ.ศ. 2561 เพิ่มสูงขึ้นเป็น 5,868 ล้านรายการ โดยตัวเลข Mobile Internet Bankingมีอัตราการเติบโตสูงถึง 263% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เหล่านี้เป็นสิ่งบ่งชี้ว่าประเทศไทยไม่ปฏิเสธที่จะก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society)
และเป็นไปได้ว่านวัตกรรมการจ่ายเงินที่ง่ายยิ่งกว่าอย่างBiometric Payment ก็อาจเข้ามาแทนที่ เพราะไม่ต้องใช้เงินสด ไม่ต้องใช้บัตร ไม่ต้องใช้รหัสลับ ไม่ต้องใช้มือถือ หรืออุปกรณ์ใดๆ ใช้แค่ตัวคุณเท่านั้น...ก็ใช้จ่ายเงินได้แล้ว
Biometric เป็นการใช้อัตลักษณ์ในการยืนยันตัวตน เช่น หน้าตาลายนิ้วมือ เสียง ม่านตา เส้นเลือด ฯลฯ เพราะข้อมูลทางชีวภาพเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ จริงๆ ก็ไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่ เราต่างก็คุ้นเคยกันดีกับการใช้ลายนิ้วมือ ใบหน้า ม่านตา ปลดล็อกสมาร์ทโฟน หรือยืนยันการเข้าออกออฟฟิศกันอยู่แล้วในหลายๆ ประเทศมีการพัฒนาและใช้Biometric อย่างจริงจัง ที่เห็นได้ชัดคือบริษัท Face++ สาธารณรัฐประชาชนจีน ได้พัฒนาเทคโนโลยี Face Landmark ขึ้นเพื่อสแกนใบหน้าคนแบบ 3 มิติ สามารถดึงจุดเด่นของแต่ละใบหน้า เพิ่มความแม่นยำในการจดจำและแยกแยะใบหน้า ซึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่ในจีนหลายแห่งได้นำเทคโนโลยีนี้มาใช้ เพราะเหมาะกับประเทศที่มีประชากรมหาศาลและมีชีวิตเร่งรีบ ซึ่งผู้นำด้านการใช้Biometric Payment ก็คือ Alibaba พี่ใหญ่แห่งวงการ E-Commerce ที่ได้นำการสแกนใบหน้าของ Face++ มาพัฒนาต่อโดยใช้ระบบ AI ทำให้การสแกนแม่นยำยิ่งขึ้น จนเกิดเป็นนวัตกรรมที่เรียกว่า Face Pay สามารถทำธุรกรรมผ่านการยืนยันด้วยใบหน้าใน Alipay และตามร้านค้าปลีกในเครือ
การใช้เทคโนโลยี Biometric มีความแพร่หลายในด้านต่างๆ ที่ต้องการการยืนยันตัวตน เช่น Baidu บริษัท Search Engine ยักษ์ใหญ่ของจีน ได้พัฒนาระบบรถไฟไร้ตั๋ว แต่ใช้การสแกนใบหน้าที่มีความแม่นยำถึง 99% แทนการสแกนตั๋วเข้าออกชานชาลา ส่วนสนามบินในสหรัฐอเมริกาอังกฤษ สเปน รวมทั้งจีน ก็กำลังนำระบบสแกนใบหน้ามาแทนที่การใช้ตั๋ว
เครื่องบินเช่นกัน ขณะที่ Hyundai รถยนต์แบรนด์ดังของเกาหลีใต้ก็ได้พัฒนารถรุ่นใหม่ที่ใช้ลายนิ้วมือในการสตาร์ทแทนที่กุญแจเช่นกันอย่างไรก็ตาม หัวใจของระบบ Biometric Payment ต้องแสดงรูปพรรณสัณฐานของบุคคลเป็นเครื่องยืนยัน จึงทำให้กลายเป็นข้อมูลไม่เป็นความลับ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ต้องรัดกุมคือ การได้มาของข้อมูลBiometric การรักษาความลับของระบบข้อมูล รวมถึงการปกป้องความเป็นส่วนตัวของบุคคลตามกฎหมายอีกด้วย
แหล่งข้อมูล :
• Bio-payment มิติใหม่ของการจ่ายเงินยุคสังคมไร้เงินสด, [ออนไลน์], https://www.newsplus.co.th/167476
• Biometrics ยุค2019 ยิ่งง่าย ยิ่งต้องใส่ใจ, [ออนไลน์], https://www.newsplus.co.th/167874
• Biometric Payment : เมื่อตัวคุณคือรหัสผ่าน (2018) [ออนไลน์], https://www.bangkokbankinnohub.com/th/biometric-payment


เขียน และตรวจสอบโดย
ธิติวัฒน์ วัฒนพลไพศาล
ผู้จัดการภาค อาวุโส บ. ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
ใบอนุญาติตัวแทนประกันชีวิต เลขที่ 5501058091
โทร : 092-662-1554
Line : @thitiwat
“ผมเชื่อว่าการทำงานด้านประกันชีวิต ไม่ได้จบที่การขาย แต่คือการดูแลลูกค้าในระยะยาวด้วยความจริงใจและความรับผิดชอบ การบริหารทีม คือการสร้างคน พัฒนาความรู้ และสร้างระบบการทำงานที่ช่วยให้ทุกคนเติบโต
ผมให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม การลงมือทำจริง และการเรียนรู้จากประสบการณ์
เป้าหมายคือสร้างทีมตัวแทนมืออาชีพที่มีคุณภาพ มีจรรยาบรรณ และเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับลูกค้า”
ผมให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม การลงมือทำจริง และการเรียนรู้จากประสบการณ์
เป้าหมายคือสร้างทีมตัวแทนมืออาชีพที่มีคุณภาพ มีจรรยาบรรณ และเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับลูกค้า”

